Web Counters
Dr Jays Catalog
Bookmark and Share Add to Favorites  

ค้นหาสินค้า

เมนูหลัก

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา



คุณสมบัติ,ประโยชน์,คุณภาพและหน่วยการวัดทองคำ

คุณสมบัติ,ประโยชน์,คุณภาพและหน่วยการวัดทองคำ

คุณสมบัติและประโยชน์
 
คุณสมบัติของทองคำ
ทองคำ เรียกโดยย่อ ว่า “ทอง” เป็นธาตุลำดับที่ 79   มีสัญลักษณ์ Au       ทองคำเป็นโลหะแข็งสีเหลือง   เกิดเป็นธาตุอิสระในธรรมชาติ   ไม่ว่องไวต่อปฏิกิริยาและทนทานต่อการขึ้นสนิมได้ดีเลิศ   ทองคำมีจุดหลอมเหลวที่ 1064 องศาเซลเซียส    จุดเดือดที่ 2701 องศาเซลเซส   มีความถ่วงจำเพาะ 19.244 และมีน้ำหนักอะตอม 196.67     ลักษณะที่พบเป็นเกล็ด เม็ดกลม แบน หรือรูปร่างคล้ายกิ่งไม้   รูปผลึกแบบลูกเต๋า(Cube) หรือ ออคตะฮีดรอน (Octahedron) หรือ โดเดกะฮีดรอน (Dodecahedron) 
คุณสมบัติสำคัญของ ทองคำอีกประการหนึ่งคือ   ทองคำเป็นโลหะที่อ่อนและเหนียว    ทองคำหนัก 1 ออนซ์    สามารถทำให้เป็นเส้นได้ยาวถึง 50 ไมล์   และสามารถตีแผ่ทองคำให้เป็นแผ่นบางขนาด 0.00005 นิ้วได้ (หรืออาจบุเป็นแผ่นจนมีความหนาน้อยกว่า 0.0001 มิลลิเมตรได้)    นอกจากนี้   ทองคำยังเป็นโลหะที่ไม่ละลายในกรดชนิดใดเลย        แต่สามารถละลายได้อย่างช้าๆ ในสารละลายผสมระหว่างกรดดินประสิวและกรด เกลือ   
จุดเด่นสำคัญของทองคำ อยู่ที่สี   กล่าวคือ   ทองคำมีสีเหลืองสว่างสดใส   และมีความสุกปลั่ง (Brightness) มีประกายมันวาวสะดุดตา   นอกจากนี้ยังไม่เป็นสนิมแม้จมดินจมโคลน   มีความแข็งเหนียว เนื้อแน่น ไม่สกปรก ไม่หมอง ไม่เป็นคราบไคลง่ายเหมือน วัตถุชนิดอื่นๆ
คุณสมบัติเหล่านี้ ประกอบกับลักษณะภายนอกที่เป็นประกายจึงทำให้เป็นที่หมายปองของมนุษย์มาเป็น เวลานาน    โดยนำมาตีมูลค่าสำหรับการแลกเปลี่ยนระหว่างประเทศและใช้เป็นวัตถุดิบที่ สำคัญสำหรับวงการเครื่องประดับ
ทองคำได้รับความนิยม อย่างสูงสุดในวงการเครื่องประดับ    เพราะเป็นโลหะมีค่าชนิดเดียวที่มีคุณสมบัติพื้นฐาน 4 ประการซึ่งทำให้ทองคำโดดเด่นและเป็นที่ต้องกาสเหนือบรรดาโลหะมีค่าทุกชนิดใน โลก คือ
1.ความงดงามมันวาว (Lustre) สีสัน ที่สวยงามตามธรรมชาติผสานกับความมันวาวก่อให้เกิดความงามอันเป็นอมตะ   ทองคำสามารถเปลี่ยนเฉดสีทองโดยการนำทองคำไปผสมกับโลหะมีค่าอื่น ๆ   ช่วนเพิ่มความงดงามให้แก่ทองคำได้อีกทางหนึ่ง
2.ความคงทน (Durable) ทองคำไม่ขึ้นสนิม ไม่หมอง และไม่ผุกร่อน แม้ว่ากาลเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรก็ตาม
3.ความหายาก (Rarity) ทองคำเป็นแร่ที่หายาก   กว่าจะได้ทองคำมาหนึ่งออนซ์   ต้องถลุงก้อนแร่ที่มีทองคำอยู่เป็นจำนวนหลายตัน   และต้องขุดเหมืองลึกลงไปหลายสิบเมตรจึงทำให้มีค่าใช้จ่ายที่สูง   เป็นสาเหตุให้ทองคำมีราคาแพงตามต้นทุนในการผลิต
4.การนำกลับไปใช้ประโยชน์ (Reuseable) ทองคำ เหมาะสมที่สุดต่อการนำมาทำเป็นเครื่องประดับ   เพราะมีความเหนียวและอ่อนนิ่ม   สามารถนำมาทำขึ้นรูปได้ง่าย   อีกทั้งยังสามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้โดยการทำให้บริสุทธิ์ (Purified) ด้วยการหลอมได้อีกนับครั้งไม่ถ้วน
 
คุณประโยชน์ของทองคำ
            1. วงการอุตสาหกรรมเครื่องประดับอัญมณี   ทองคำได้ครอบครองความเป็นหนึ่งในฐานะโลหะที่ใช้ทำเป็นเครื่องประดับ ที่ได้ รับความนิยมมากที่สุด     จากอดีตถึงปัจจุบันเครื่องประดับอัญมณีทองคำได้มีส่วนทำเป็นฐานเรือนรองรับ อัญมณีมาโดยตลอด   จากรูปแบบขั้นพื้นฐานของงานทองที่ง่ายที่สุด   ไปสู้เทคนิคการทำทองด้วยเทคโนโลยีชั้นสูง 
            2. ความมั่นคงทางเศรษฐกิจการคลัง   ทองคำมีประโยชน์ในฐานะเป็นโลหะสื่อกลางแห่งการแลกเปลี่ยนเงินตรา   ทองคำถูกสำรองไว้เป็นทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศ    เพราะทองคำมีมูลค่าในตัวเอง ผิดกับเงินตราสกุลต่างๆ อาจเพิ่มหรือลด ได้ ทองคำถูกใช้เป็นเครื่องมือในการเก็งกำไรของตลาดการค้า   นอกจากนี้ยังได้มีการจัดทำเป็นเหรียญกษาปณ์ทองคำ หรือแสตมป์ทองคำ หรือ ธนบัตรทองคำ   ซึ่งถูกผลิตโดยรัฐบาล หรือหน่วยงานเอกชน   ในวาระโอกาสพิเศษต่าง ๆ          เพื่อก่อให้เกิดกระแสค่านิยมการเก็บสะสมเป็นที่ระลึกอีกด้วย
            3. ทองคำในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์   ทองคำถูกนำมาให้ในวงการอิเล็คทรอนิกส์และการสื่อสารโทรคมนาคม   อาทิเช่น สวิตซ์โทรศัพท์ที่ใช้เป็นแผงตัด   เพื่อให้กระแสไฟฟ้าเดินได้สะดวก การใช้ลวดทองคำขนาดจิ๋วเชื่อมต่อวัสดุกึ่ง ตัวนำและทรายซิสเตอร์    การใช้ลวดทังสเตนและโมลิบดีนัมเคลือบทองคำใช้ในอุตสาหกรรมหลอดสูญญากาศ   การเคลือบผิวเสาอากาศด้วยทองคำเพื่อการสื่อสารระยะไกล    การใช้ตาข่ายทองคำเพื่อป้องกันการรบกวนจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในระบบการสื่อ สารการบินพาณิชย์     การใช้อลูมิเนี่ยมเคลือบทองในเครื่องถ่ายเอกสารเพื่อทำหน้าที่สะท้อนรังสี อินฟราเรดได้อย่างดีเลิศ    การใช้โลหะทองคำเจือเงิน และนิกเกิลประกบผิวทองเหลืองสำหรับใช้ในปลั๊ก   ปุ่มสวิตซ์ไช้งานหนัก   หรือสปริงเลื่อนในลูกปิดเลือกเปลี่ยนช่องทีวี   แผงวงจรต่างๆ   ก็มีทองคำเป็นตัวนำไฟฟ้าเพื่อให้ทำงานได้ตลอดอายุงานเนื่องจากทองคำอยู่ ตัว   และไม่เกิดฟิล์มออกไซด์ที่ผิว
4. ประโยชน์ในการคมนาคมและการสื่อสารโทรคมนาคม   ทองคำมีคุณสมบัติการสะท้อนรังสีอินฟราเรดได้ดี ทองคำจึงถูกนำมาใช้กับดาว เทียม ชุดอวกาศ และยานอวกาศ   เพื่อป้องกันการแผ่รังสีของดวงอาทิตย์ที่มากเกินไป   กระจกด้านหน้าของเครื่องบินคองคอร์ด     จะมีแผ่นฟิล์มทองคำติดไว้ป้องกันรังสีจากดวงอาทิตย์ และป้องกันการจับตัว เป็นน้ำแข็งหรือการทำให้เกิดฝ้าหมอกมัวกระจกด้านนอกของเครื่องเป็นที่มีสี น้ำตาลหรือบรอนซ์จาง ๆ   และมองจากด้านในจะเป็นสีน้ำเงินจาง ๆ    ก็มีชั้นฟิล์มทองคำติดไว้เพื่อป้องกันความกล้าของแสงแดดและความร้อนจากดวง อาทิตย์     ใบจักรกังหันในเครื่องบินไอพ่น   ถ้าไม่มีส่วนผสมของทองคำที่จะประสานกับโรเตอร์ ย่อมจะแตกแยกได้ง่าย   ชิ้นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องคอมพิวเตอร์ก็มีทองคำเป็นส่วนประกอบอยู่ ด้วย      อาคารสำนักงานใหญ่ ๆ   ของธนาคารกลางในแคนนาดา ในนครโตรอนโต้   ก็ติดแผ่นฟิล์มทองคำด้วยทอง 24 K มีน้ำหนักรวมถึง 77.7 กิโลกรัม    เพื่อลดความร้อน และปรับอุณหภูมิในอาคารให้พอเหมาะและเพิ่มความสวยของอาคาร อีกด้วย
5. ประโยชน์ในวงการแพทย์และทันตกรรม   ความเชื่อเกี่ยวกับการรักษาโรคด้วยทองคำมีมาแต่ครั้งเก่าก่อน   คนโบราณเชื่อว่าเมื่อนำทองคำผสมกับยา จะเป็นยาอายุวัฒนะ ช่วยให้มีชีวิตยืน ยาว    หมอแผนโบราณยังคงสั่ง “ยามเม็ดทอง” ให้กินโรคหลายอย่างรวมทั้งโรคเสื่อม สมรรถภาพทางเพศและการเป็นหมัน     ในโลกยุคปัจจุบันการแพทย์สมัยใหม่ก็มีการทดลองให้ทองคำเพื่อการบำบัดรักษา โรคภัย      ทองคำถูกนำมาใช้ในการต่อสู้กับโรคมะเร็งในรายหนัก ๆ   แพทย์จะฉีดสารละลายของทองคำกัมมันตรังสี แต่ปริมาณทองที่ใช้ในการแพทย์รวม แล้วยังเล็กน้อยและไม่มีความสำคัญอะไร ซ้ำราคายังแพงอีกต่างหาก   การใช้ทองคำในการแผ่รังสี    การสอดทองใส่ในกล้ามเนื้อเพื่อให้มีกำลังต่อสู้กับความเจ็บป่วย    การใช้ทองคำเป็นอีกปัจจัยหนึ่งในการแยกวิเคราะห์ปอดและตับ     ในด้านทันตกรรม   ทองคำถูกนำมาใช้โดยวิธีการบ่มแข็งทองคำ ไม่เป็นพิษต่อร่างกาย   และมีจุดหลอมตัวปานกลาง ทองคำจึงเหมาะสมในการถูกนำมาใช้ในการอุดฟัน ครอบ ฟัน   ทำฟันปลอม    การจัดฟันและการดัดฟัน
การกำหนดคุณภาพของทองค