Web Counters
Dr Jays Catalog
Bookmark and Share Add to Favorites  

ค้นหาสินค้า

เมนูหลัก

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา



พระกริ่งชินราช ภปร. แม่ทัพภาค 3 ปี2517

พระกริ่งชินราช ภปร. แม่ทัพภาค 3 ปี2517 หนัก 17 กรัม

พระกริ่งชินราช ภปร. แม่ทัพภาค3 ปี2517

....ในหลวงเสด็จเททอง.....

....สังฆราชองค์ที่17 สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช (ปุ่น ปุณฺณสิริ) อธิฐานจิต....

พระทองคำ กริ่งชินราช ภปร. แม่ทัพภาค3 ปี2517 หนัก16.7กรัม

ประวัติพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ

สมเด็จพระมหกษัตริยาธิ ราชเจ้า เกือบจะทุกพระองค์เสด็จทรงนมัสการและถวายเครื่องสักการบูชาสมโภชเป็นราช ประเพณี มานับแต่โบราณกาลดังปรากฏในพระราชดำรัส สรรเสริญ พระพุทธชินราช ของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่๔ ความตอนหนึ่งว่า

"...ก็แล พระพุทธชินราช พระพุทธชินสีห์ พระศรีศาสดา ๓ พระองค์นี้ เป็นพระพุทธปฏิมากรดีล้ำเลิศ ประกอบไปด้วย พระพุทธลักษณะอันประเสริฐ มีสิริเทพยดาอภิบาลรักษา ย่อมเป็นที่สักการบูชานับถือมาแต่โบราณกาล แม้แต่พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยาเก่า ที่ได้มีพระเดชานุภาพมโหฬาร ปรากฏในแผ่นดินที่ทรงนับถือ ทำสักการบูชามาหลายพระองค์..."

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชเสด็จฯ ทรงนมัสการพระพุทธชินราชเมืองพิษณุโลก ครั้งแรก เมื่อวันที่๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๑ ทรงสรงพระสุหร่าย ทรงเปลื้องเครื่องราชอิสริยาภรณ์ อันเป็นโบราณราชประเพณีนพรัตน์ราชวราภรณ์ เฉกเช่น พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ ทรงเปลื้องเครื่องราชอิสริยาภรณ์นพรัตนราชวราภรณ์ ถวายพระพุทธชินราชเป็นพุทธบูชาเมื่อวันที่ ๗ มกราคม ๒๔๖๙

ในครั้งนั้นได้ทรงถวายพัดรัตนาภรณ์ (พระปรมาภิไธย ภปร) และ ต้นไม้ทอง-เงิน ทรงจุดดอกไม้ไฟ ถวาย สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรง เปลื้องผ้าทรงสภักถวาย และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้คณะพราหมณ์หลวง และพระบรมวงศานุวงศ์ ออกแว่นเวียนเทียนสมโภช ถวายพระพุทธชินราชเป็นพุทธบูชา ตามราชประเพณีและ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงนมัสการพระพุทธชินราชทุกครั้งที่ นับแต่ปี พ.ศ.๒๕๐๑ ถึง ๒๕๒๕ จำนวน ๑๓ ครั้ง และ เสด็จฯ ไปทรงบำเพ็ญพระราชกุศลวิสาขบูชา ทรงนมัสการพระพุทธชินราช ทรงเวียนเทียนประทักษิณา พระวิหารพระพุทธชินราชถ้วน ๓ รอบ เมื่อวันที่ ๑๖ พฤษภาคม ๒๕๑๖ เวลา ๑๔.๑๕ น.

ประวัติการสร้าง พระกริ่งชินราช ภปร. แม่ทัพภาค3 ปี2517

อย่างไรก็ตามพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ พล.ท.สำราญแพทยกุล แม่ทัพภาคที่๓ จัดสร้างวัตถุมงคล พระพุทธชินราชภปร ขึ้นเป็นครั้งแรกและเสด็จพระราชดำเนิน พร้อม สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ทรงเททองหล่อพระพุทธชินราชภปร ณ มณฑลพิธีวัดสุทัศนเทพวรารามฯ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ ๒๔ กรกฎาคม ๒๕๑๖ เวลา ๑๖.๔๙ น. โดยมี สมเด็จพระสังฆราช(ปุ่น) วัด พระเชตุพนวิมลมังคลารามเป็นประธานสงฆ์ และประกอบพิธีมหาพุทธาภิเษก ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ ๑๘ กรกฎาคม ๒๕๑๗ พระเกจิอาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณแห่งยุคนั้นจำนวน ๔๕ รูป นั่งปรก

วัตถุมงคล พระพุทธชินราชภปร รุ่นแรก ประกอบด้วย

๑.พระพุทธชินราชภปร.ขนาดบูชา๕ นิ้ว และ ๙ นิ้ว ลงรักปิดทอง ฐานหลัง ตรากองทัพภาคที่ ๓ จ.ส.อ.ดร.ทวี บูรณะเขต์ เป็นประติมากรช่างหล่อ

๒.พระกริ่งพระพุทธชินราช ภปร เนื้อทองคำ เนื้อเงิน และเนื้อนวโลหะ (เบอร์แกะสลัก)

๓.เหรียญพระพุทธชินราชหลังอักษรพระปรมาภิไธย ภปร (เหรียญอาร์ม) เนื้อทองคำ เนื้อเงินเนื้ออัลปาก้า เนื้อทองแดง

๔.เหรียญในหลวงทรงพระผนวชหลังอักษรพระปรมาภิไธยภปร (เหรียญอาร์ม) เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้ออัลปาก้า เนื้อทองแดง (เหรียญเนื้อทองคำเป็นเหรียญอาร์มพิมพ์เล็ก เหรียญเนื้อเงิน เป็นพิมพ์กลาง ส่วนเหรียญทองแดง และอัลปาก้า เป็นเหรียญพิมพ์ใหญ่)

๕.เหรียญพระพุทธชินราช ด้านหลังพระบรมรูป ในหลวงทรงพระผนวชเนื้อนวโลหะ(เบอร์แกะพิมพ์เล็ก) เป็น (เหรียญแจกกรรมการจัดสร้าง)

และด้วยพระบารมีปกเกล้าของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช(ภูมิ พลอดุลยเดช หมายถึง ผู้ทรงกำลังอำนาจ ไม่มีอะไรเทียบในแผ่นดิน) พระผู้ทรงเป็นกำลังของแผ่นดิน พระผู้ทรงปกครองแผ่นดินโดยธรรมทรงเป็นธรรมราชาผู้ยิ่งใหญ่) จึงถือว่า เป็นมหามงคลแก่ผู้มีไว้สักการบูชาเป็นยิ่งนัก

พิธีพุทธาภิเษก

ในพิธีนั้นนิมนต์พระเกจิดังๆมามากมาย เช่น หลวงปู่โต๊ะ หลวงพ่อเนื่อง หลวงพ่อนอ หลวงพ่อเทียม หลวงพ่อพริ้ง หลวงพ่อกี๋ เป็นต้น  มวลสารชนวนที่มาหล่อพระมีจำนวนมากมาย ที่เป็นของพระเกจิดังๆ แถมที่ฐานพระกริ่งชินราช ยังมีอักษร ภปร. ที่ถือว่าเป็นมงคลแก่ผู้บูชา

วัตถุมงคลพระพุทธชิน ราช  รุ่นนี้กองทัพภาคที่ 3  จัดสร้างปีพ.ศ. 2517  เป็นพิธีพุทธาภิเษกที่ยิ่งใหญ่ครั้งหนึ่งของวัดศรีรัตนมหาธาตุฯ จังหวัดพิษณุโลก โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงเสด็จประกอบพิธีเททอง และมีพิธีพุทธาภิเษกอย่างยิ่งถึง 2 ครั้ง โดย

ครั้งแรกที่ วัดสุทัศน์

ครั้งที่สอง ประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระวิหารหลวงพระพุทธชินราช วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จังหวัดพิษณุโลกในพิธีครั้งนั้นมีสร้างพระอีกหลายแบบเช่นเหรียญในหลวงทรง ผนวช  เหรียญพระพุทธชินราช  เหรียญพระนเรศวรหลังพระเอกาทศรถ และ พระบูชา เป็นต้นโดยมี แม่ทัพภาคที่3 สมัยนั้น พลโท สำราญ แพทยกุล เป็นประธานจัดสร้าง ได้ทำพิธีปลุกเสกในวิหารของหลวงพ่อชินราชเลย  มีโดยสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราชและพระเกจิดังๆในสมัยนั้นมาร่วมพิธีมากมาย เช่น

1.หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี 

2.หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช 

3.หลวงพ่อนอ วัดกลางท่าเรือ 

4.หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง

5.หลวงพ่อชื่น วัดตำหนักเหนือ เป็นต้น 

ส่วนมวลสารชนวนที่มาหล่อองค์พระมีชนวนมวลสารต่างๆของพระกริ่งเก่าๆ ตะกรุดเก่าเป็น จำนวนมาก  จัดเป็นพระพิธีดีที่มีประสบการณ์ทางด้านแคล้วคลาดสูงมากๆ


พระปรมาภิไธยอย่างย่อ

พระปรมาภิไธย หมายถึง พระนาม สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราชเจ้า ในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์

พระมหากษัตริย์ทรงมีพระ ปรมาภิไธยอย่างเต็ม ซึ่งสมณชีพราหมณาจารย์ เสนามาตย์ราชบัณฑิตช่วยกันผูกเป็นอักษรลักษณ์แสดงอรรถ และจารึกไว้ใน พระสุพรรณบัฏ สำหรับรับการทูลเกล้าฯ ถวายในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

ส่วนพระปรมาภิไธยอย่างย่อ คือคำนำพระนามอาจเปลี่ยนไป เป็น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวแล้ว ต่อด้วยพระนามเดิมแล้วตัดคำสร้อยพระนามออกไป และ อักษรพระปรมาภิไธยย่อ (๓ อักษร) อักษรแรก จะต่างกันตามพระนามของแต่ละรัชกาล ส่วน ๒ อักษรหลัง คือ "ปร" หมายถึง ปรมราชาธิราช หรือ บรมราชาธิราช คือ หมายถึง "มหาราชผู้ยิ่งใหญ่"

รัชกาลที่๑ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "จปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจักรีบรมนาถบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๒ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อว่า "อปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอิศรสุนทรบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๓ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "จปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาเจษฎาบดินทรบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๔ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "มปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหามงกุฎบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๕ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "จปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์บรมราชาธิราช

รัชกาลที่๖ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อว่า "วปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาวชิราวุธบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๗ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "ปปร" หมายถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาประชาธิปก บรมราชาธิราช

รัชกาลที่๘ มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "อปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดลบรมราชาธิราช

รัชกาลที่๙ พระ ปรมาภิไธยตามจารึกพระสุพรรณบัฏ ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร์ สยามมินทราธิราช บรมนาถบพิตร มีอักษรพระปรมาภิไธยย่อ ว่า "ภปร" หมายถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมราชาธิราช ที่มา...คมชัดลึก

บทความอื่นๆ ในหมวดเดียวกัน