Web Counters
Dr Jays Catalog
Bookmark and Share Add to Favorites  

ค้นหาสินค้า

เมนูหลัก

สมาชิกเข้าสู่ระบบ

User Name:
Password:
จำการล็อกอินของฉันไว้
ลืมรหัสผ่าน | สมัครสมาชิก
ใสอีเมล์ที่ลงทะเบียนไว้กับเรา



เหรียญนิรันตราย(เจริญลาภ) ครบ108ปีวัดราชประดิษฐ์ ปี2515ทองคำ

เหรียญนิรันตราย(เจริญลาภ) ครบ108ปีวัดราชประดิษฐ์ ปี2515ทองคำ
รหัสสินค้า : k9-0099
ชื่อสินค้า : เหรียญนิรันตราย(เจริญลาภ) ครบ108ปีวัดราชประดิษฐ์ ปี2515ทองคำ
====>

เหรียญนิรันตราย(เจริญลาภ) ครบ108ปีวัดราชประดิษฐ์ ปี2515ทองคำ

เนื้อทองคำ  หนัก 11.8 กรัม (รวมห่วง 600 มิลลิกรัม)

 

....ในหลวงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี....

 

 

 


 วัตถุมงคลฉลอง 108 ปี วัดราชประดิษฐ์มหาสีมาราม พ.ศ. 2515

....ในหลวงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี....


 

     วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราชวรวิหารปี 2515 ชื่อเดิมคือ “วัดราชประดิษฐ์สถิตธรรมยุติการาม” เรียกสั้นๆว่าวัดราชประดิษฐ์ฯ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 4 และเป็นพระอารามแห่งแรกของคณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุติ ซึ่งรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้น

     ภายในวัดมีศิลปะในยุครัตนโกสินทร์งดงามตระการตาให้ชมมากมาย มีจิตรกรรมฝาผนังภาพการชมสุริยุปราคาในสมัยรัชกาลที่4 และเป็นที่ประดิษฐานของพระพุทธสิหิงค์ด้วย

    เมื่อสร้างวัดราชประดิษฐ์ ฯ เสร็จเมื่อปี พ.ศ.2408 พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ ได้โปรดเกล้าฯ ให้อาราธนาพระสาสนโสภณ จากวัดบวรนิเวศฯ มาครองวัดราชประดิษฐ์ฯ เป็นเจ้าอาวาสองค์แรก ซึ่งต่อมาภายหลังในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าฯ ได้ทรงดำรงตำแหน่งเป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ สถิต ณ วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม เมื่อปีพ.ศ.2436 ถึงปีพ.ศ.2442 รวม 6 พรรษา

     ประวัติของสมเด็จพระสังฆราช(สา ปุสฺสเทโว) สังฆราชองค์ที่ 9 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์

     เมื่อย้อนไปเมื่อพระชนมายุได้ 18 ปี ทรงแปลพระปริยัติธรรม 9 ประโยค ได้เป็นเปรียญเอกตั้งแต่ยังทรงเป็นสามเณร นับเป็นสามเณรองค์แรกที่ได้เป็นเปรียญ 9 ประโยคในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ ต่อมาได้ลาสิกขาไปเป็นฆราวาสอยู่พักหนึ่ง และเมื่อพระชนมายุได้ 38 ปี ได้กลับมาอุปสมบทใหม่ ว่ากันว่า ได้ทรงเข้าแปลพระปริยัติธรรมอีกครั้งหนึ่ง และทรงแปลได้หมดทั้ง 9 ประโยค จึงมีผู้กล่าวถึงพระองค์ด้วยสมญานามว่า "สังฆราช 18 ประโยค"(โสฬส)

     ใน ปีพ.ศ.2515 เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ศิษย์ยานุศิษย์ในการฉลองวัดครบรอบ 108 ปี ทางวัดได้จัดสร้างวัตถุมงคล พระกริ่งโสฬส, เหรียญพระนิรันตราย แบบพัดยศ(เจริญญศ) และแบบเสมา(เจริญลาภ) ได้มีการจัดพุทธาภิเษก ในพระอุโบสถวัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามเป็นเวลา 9 วัน 9 คืน

     ในการหลอมยันต์ในครั้งนี้ใช้เวลาในการหลอมเป็นเวลานานมาก เพราะยันต์ของคณาจารย์บางท่านกว่าจะหลอมละลายได้ ต้องใช้เวลานานพอสมควร ตามธรรมดาแล้ว แผ่นทองเหลือง, แผ่นทองแดง เมื่อใส่ลงในเบ้าหลอมแล้วก็จะละลายโดยง่ายดาย แต่ยันต์ที่นำมาหลอมทำพระกริ่ง และเหรียญพระนิรันตรายนั้นหลอมละลายได้ยากมาก

    ตั้งแต่วันที่ 16-24 พฤศจิกายน 2515 โดยได้นำชนวนมาจาก การเททองหล่อพระนิรันตรายรุ่นแรก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเททองในการครั้งนี้

มีจำนวนการจัดสร้างดังนี้

1. พระบูชานิรันตราย 5 นิ้ว จำนวน 908 องค์

2. พระกริ่งนิรันตรายเนื้อโลหะผสม พิมพ์ใหญ่ จำนวน 999 องค์

3. พระกริ่งนิรันตรายเนื้อโลหะผสม พิมพ์เล็ก จำนวน 999 องค์

4. พระกริ่งสมเด็จสังฆราช(สา) หรือ กริ่งโสฬส ม.ป.ร. จำนวน 50,000 องค์

5. เหรียญนิรันตราย พิมพ์ทรงพัดยศ (เหรียญเจริญยศ) จำนวน 50,000 เหรียญ

6. เหรียญนิรันตราย พิมพ์เสมา (เหรียญเจริญลาภ) จำนวน 50,000 เหรียญ

7. พระชัยวัฒน์แบบปั๊ม ไม่ทราบจำนวน 

8.เหรียญพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวจำลอง รูปทรงประทับยืน 108 องค์

9.ล๊อกเกตพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10

     หลังจากทางเสด็จพระราชดำเนินเททอง เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2515 ผ่านไป ทางคณะกรรมการได้ประกอบพิธีพุทธาภิเษก และ มังคลาภิเษก ภายในพระวิหารหลวงวัดราชประดิษฐ์ฯ ระหว่างวันที่ 16-26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 รวม 9 วัน 9 คืน อันเป็นระยะเวลาที่ตรงกับช่วงครบรอบสถาปนาพระอารามแห่งนี้

     คณะกรรมการจึงได้นิมนต์พระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณทั่วพระราชอาณาจักรมาร่วมพิธี พุทธาภิเษกและมังคลาภิเษก คืนละ 12 รูป รวม 108 รูป เท่ากับอายุของวัดราชประดิษฐ์ในปี พ.ศ. 2515

     สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้เมตตามาเป็นประธานในการจุดเทียนชัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระสุหร่ายวัตถุมงคล

ซึ่งพระคณาจารย์ผู้ทรงวิทยาคุณที่มาร่วมประกอบพิธี ประกอบด้วย  

1. หลวงปู่แหวน วัดดอยแม่ปั๋ง จ.เชียงใหม่  

2. หลวงปู่โต๊ะ วัดประดู่ฉิมพลี กรุงเทพฯ  

3. หลวงปู่คร่ำ วัดวังหว้า จ.ระยอง

4. หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุธยา

5. หลวงพ่อเทียม วัดกษัตราธิราช จ.อยุธยา

6. หลวงพ่อโชติ วัดตะโน  

7. หลวงปู่ขาว วัดถ้ำกลองเพล จ.อุดรธานี  

8. หลวงปู่เทสก์ วัดหินหมากเป้ง จ.หนองคาย  

9. หลวงปู่ศรีจันทร์ วัดเลยหลง จ.เลย  

10. หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม จ.นครปฐม  

11. หลวงพ่อมุ่ย วัดดอนไร่ จ.สุพรรณบุรี  

12. หลวงพ่อถิร วัดป่าเลไลยก์ จ.สุพรรณบุรี

13. หลวงพ่อกี๋ วัดหูช้าง จนนทบุรี  

14. หลวงพ่อแพ วัดพิกุลทอง จ.สิงห์บุรี  

15. หลวงพ่อหลิว วัดไร่แตงทอง จ.นครปฐม

16. หลวงพ่อเนื่อง วัดจุฬามณี จ.สมุทรสาคร

17. หลวงพ่อรวย วัดตะโก จ.อยุธยา

18. หลวงพ่อประสิทธิ์ วัดไทรน้อย จ.นนทบุรี

19. พระอาจารย์วัน อุตฺตโม วัดถ้ำอภัยดำรงธรรม จ.สกลนคร  

20. หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่ จ.ระยอง  

21. หลวงตามหาบัว วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี เป็นต้น

(ปกติ แล้วหลวงปู่ทิมจะไม่ออกจากวัดละหารไร่ไปร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่อื่น ๆ โดยเด็ดขาด จึงนับว่าพิธีในครั้งนี้เป็นกรณีที่พิเศษจริง ๆ โดยมีภาพถ่ายยืนยัน) 

วัตถุ มงคลที่จัดสร้างในคราว “ฉลอง 108 ปี” วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมาราม เป็นอีกวัตถุมงคลที่ถึงพร้อมด้วย พระพุทธคุณ พระธรรมคุณ พระสังฆคุณ และพระมหากษัตริยาธิคุณ

เพราะมีประสบการณ์เรื่อง “แคล้วคลาด” เป็นเยี่ยม

เนื่องจากประกอบไปด้วยพระคุณของ “พระรัตนตรัย” และ “พระมหากษัตริยาธิคุณ” ของพระมหากษัตริย์ ผู้ทรงคุณประเสริฐที่ยิ่งใหญ่แห่งแผ่นดินไทยถึง 2 พระองค์ ทั้งล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 4 และล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 9 เป็นวัตถุมงคลที่ควรอาราธนาติดตัว

 


ที่มา : หนังสือมหามงคลแห่งแผ่นดิน โดย คุณอลุย์นันท์ทัต กิจไชยพร

เครดิตจากเวบ 

http://www.taradpra.com/itemDetail.aspx?itemNo=578244&storeNo=5830

http://www.krusiam.com/community/forum/view.asp?ForumName=%A2%E8%D2%C7%C7%A7%A1%D2%C3%BE%C3%D0&PostID=ForumID0012846

 

 


 วัตถุมงคลฉลอง 108 ปี วัดราชประดิษฐ์มหาสีมาราม พ.ศ. 2515

....ในหลวงเสด็จฯ เป็นองค์ประธานในพิธี....


วัดราชประดิษฐฯ เป็นวัดประจำรัชกาลที่ ๔ มีสมเด็จพระสังฆราช (สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๙ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) เป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดและเป็นเดียวของไทยที่สอบได้เปรียญธรรม ๑๘ ประโยคในสมัยนั้น และพระองค์ท่านก็ได้ทรงนิพนธ์โสฬสปัญหา (ซึ่งเป็นที่มาของชื่อพระกริ่งโสฬส) 




ในหลวงทรงเป็นประทานในพิธีเท่ทองเพื่อสร้างพระนิรันตรายของวัดราชประดิษฐ
ซึ่งชนวนที่ได้จากพิธีนี้ได้ถูกนำมาเป็นส่วนผสมพระกริ่งโสฬส



       ทรงเป็นประทานพิธีพุทธาภิเษก ในพระอุโบสถวัดราชประดิษฐสถิตมหาสีมารามเป็นเวลา ๙ วัน ๙ คืน ตั้งแต่วันที่ ๑๖ - ๒๔ พฤศจิกายน ๒๕๑๕ (ได้นำชนวนมาจาก การเททองหล่อพระนิรันตรายรุ่นแรก ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จเททอง) ในการครั้งนี้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้เมตามาเป็นประธานในการจุดเทียนชัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงพระสุหร่ายวัตถุมงคลรุ่นนี้


ในหลวงทรงสุหร่าย น้ำพระพุทธมนตร์ในพิธีจัดสร้างพระกริ่งโสรสและเหรียญนิรันตราย



ตัวอย่าง พระลิขิตที่ท่านสังฆราชวาสนมหาเถร (สังฆราชองค์ที่ 18 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์) ทรงกำกับดูแลการทำพิธีปลุกเสกตลอด ๙ วัน ๙ คืน ด้วยตนเอง


พระสังฆราของค์ที่ 18(สังฆราชวาสน์) และเกจิรวมประกอบพิธี 9 วัน 9 คืน




หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่


         ในการครั้งนี้ทางวัดได้จัดสร้าง “พระกริ่งโสฬส, เหรียญพระนิรันตรายแบบพัดยศ, และแบบเสมา” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๕๑๕ เพื่อเป็นที่ระลึกแก่ศิษยานุศิษย์ในการฉลองวัดครบรอบ ๑๐๘ ปี และได้มีการจัดพิธีปลุกเสกอย่างยิ่งใหญ่ และมีคณาจารย์ชื่อดังทั่วทั้งประเทศและทั้ง ๔ ภาค มาร่วมนั่งปรกเป็นจำนวน ๑๐๘ รูป และได้จัดพิธีปลุกเสกเป็นเวลา ๙ วัน ๙ คืน (วันละ ๑๒ รูป)

         ในการครั้งนี้สมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ได้เมตามาเป็นประธานในการจุดเทียนชัย และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงพระสุหร่ายวัตถุมงคลรุ่นนี้ พระคณาจารย์ที่นั่งปรกในวันแรกเท่าที่จำได้มีดังนี้ พระราชสุทธาจารย์ (หลวงพ่อโชติ ระลึกชาติ) เป็นประธาน ตามด้วยหลวงปู่โต๊ะ, หลวงปู่แหวน, หลวงพ่อแพ, หลวงพ่อเนื่อง, หลวงพ่อเทียม, หลวงปู่คร่ำ, หลวงพ่อรวย, หลวงพ่อประสิทธิ์, หลวงพ่อกิ๋, หลวงปู่วัน เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีพระคณาจารย์สายวิปัสสนาทั้ง ๔ ภาคร่วมนั่งอธิฐานจิตปลุกเสกเป็นเวลา ๙ วัน ๙ คืน นับว่าเป็นพิธีที่ยิ่งใหญ่ที่และหาได้ไม่ง่ายนักในสมัย ๓๐ กว่าปีที่ผ่านมา (พระคณาจารย์ที่ร่วมปลุกเสกส่วนมากจะมรณภาพเกือบทุกรูปแล้ว)


ภาพหลวงปู่โต๊ะทรงเข้าร่วมปุกเสก



หลวงพ่อละมุน วัดเสด็จปทุม


 

 

หลวงปู่ดู่ วัดสะแก จ.อยุทธยา


วัตถุมงคล 108ปี ‘วัดราชประดิษฐ์ฯ

อีกหนึ่ง ‘ยอดของดี’ ที่ถูกซ่อนเร้น

“วัดราชประดิษฐ์สถิตมหาสีมารามราช วรวิหาร” เป็นอีกหนึ่ง “พระอารามหลวงชั้นเอก” ที่มีความสำคัญและโดดเด่นถึง 2 ประการคือ ประการแรก เป็นวัดที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 แห่งพระมหาจักรีบรมราชวงศ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดสร้างขึ้นเป็นพระอารามหลวงของพระมหากษัตริย์ตามโบราณราชประเพณีว่า บนผืนแผ่นดินไทยเมืองใดเป็นเมืองหลวงจะต้องมีวัดสำคัญประจำ 3 วัดคือ วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และ วัดราชประดิษฐ์ โดยจะเห็นได้ว่าที่ กรุงเก่า (พระนครศรีอยุธยา) และ สุโขทัย, สวรรคโลก, พิษณุโลก ก็มีวัดทั้ง 3 ชื่อนี้ ประการที่สอง เพื่ออุทิศถวายแด่คณะธรรมยุตนิกายโดยเฉพาะคือเมื่อครั้งที่ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวช พระองค์ทรงเป็นหัวหน้านำพระสงฆ์ชำระข้อปฏิบัติก่อตั้ง คณะสงฆ์ฝ่ายธรรมยุตนิกาย วัดราชประดิษฐ์ฯ จึงนับเป็นพระอารามแห่งแรกของคณะธรรมยุต ซึ่งจากความสำคัญของวัดราชประดิษฐ์ฯ ทั้งสองประการนี้ พระมหากษัตริย์ ในรัชกาลต่อ ๆ มาก็ทรงรับวัดราชประดิษฐ์ฯ เข้าอยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์ทุกพระองค์สืบมากระทั่งทุกวันนี้ วัดราชประดิษฐ์ฯ จึงเป็นวัดที่มีความสำคัญใน พระมหาจักรีบรมราชวงศ์ อีกวัดหนึ่ง

พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ทรงสถาปนาวัดราชประดิษฐ์ฯ ขึ้นเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2407 และในปี พ.ศ. 2515 นับเป็นศุภวาระมงคลวโรกาสที่วัดราชประดิษฐ์ฯ ได้สถิตสถาพรมีอายุ ครบ 108 ปี หากเป็นคนก็จะเรียกว่ามีอายุครบ 9 รอบนักษัตร พอดี ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ทิม อุฑาฒิมมหาเถร) อ่านว่า “อุดาทิมะมะหาเถระ” เจ้าอาวาสในขณะนั้นเมื่อครั้งยังดำรง สมณศักดิ์ที่ “พระธรรมปาโมกข์” ได้ประชุมปรึกษาหารือพระภิกษุและสามเณรทั้งวัดโดยต่างมีความเห็นพ้องต้องกันว่า ควรจัดงานสมโภชตามโบราณราชประเพณีประกอบกับวัดราชประดิษฐ์ฯ เป็นพระอารามหลวงชั้นเอก จึงได้ขอพระราชทานพระมหากรุณาธิคุณให้งานสมโภชครบ 108 ปี ครั้งนี้อยู่ในพระบรมราชูปถัมภ์พร้อมเสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีอีกด้วย โดยทางวัดได้กำหนดจัดงานระหว่างวันที่ 16-26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 และมีวัตถุประสงค์ 3 ประการคือ

(1) สมโภชพระอารามหลวงที่มีอายุครบ 108 ปี

(2) สมโภช “พระนิรันตราย” องค์ประจำวัดซึ่งรัชกาลที่ 5 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานประจำวัดธรรมยุตตามพระราชประสงค์ของ พระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ สมเด็จพระบรมชนกนาถ ซึ่งองค์ของวัดราชประดิษฐ์ฯ นี้มีหมายเลขลำดับที่ 14 และต่อมาได้ถูกโจรใจบาปทำการโจรกรรมไป แต่ไม่นานนักก็ติดตามกลับคืนมาได้โดยฝีมือของตำรวจภายใต้การควบคุมของ พล.ต.ต.มนต์ชัย พันธุ์คงชื่น ผู้บังคับการตำรวจนครบาลเหนือ (ยศและตำแหน่งในขณะนั้น)

(3) จัดสร้าง “พระนิรันตราย” (ขนาดบูชา) พร้อม “พระกริ่งนิรันตราย” และ “พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราช (สา)” หรือ “พระกริ่งโสฬส รุ่น 2” (รุ่น แรกสร้างเมื่อครั้งจัดงานสมโภชครบ 100 ปีวัด พ.ศ. 2507) นอกจากนั้นยังมี “เหรียญนิรันตราย” อีก 2 แบบคือ “พัดยศ” หรือ “เจริญยศ” และแบบ “เสมา” หรือ “เจริญลาภ” รวมทั้ง “พระกริ่งนิรันตรายขนาดเล็ก” และ “พระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4” พร้อม “ล็อกเกตพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” ขณะทรงถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแก่ “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” เพื่อให้พุทธศาสนิกชนนำไปสักการบูชาโดยรายได้นำบูรณ ปฏิสังขรณ์วัดราชประดิษฐ์ฯ ที่ชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา

สำหรับการจัดสร้างวัตถุมงคลนั้นทางคณะกรรมการซึ่งประกอบด้วย “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์ (ทิม)” เมื่อครั้งยังดำรงสมณศักดิ์ที่ “พระธรรมปาโมกข์” เป็นประธานฝ่ายสงฆ์และ พลเอกประภาส จารุเสถียร รองหัวหน้าคณะปฏิวัติในขณะนั้นเป็นประธานฝ่ายฆราวาสโดยกราบบังคมทูลอัญเชิญเชิญเสด็จ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช ทรงเสด็จฯ เททองหล่อ “พระนิรันตราย” (ขนาดบูชา) เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2515 จำนวน 908 องค์ ตามจำนวนสั่งจองจากนั้นจึงนำทองชนวนที่เหลือจาก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเททองไปจัดสร้าง “พระกริ่งนิรันตราย ทั้งพิมพ์ใหญ่ พิมพ์เล็ก, พระกริ่งสมเด็จพระสังฆราชสา (กริ่งโสฬส)” และ “เหรียญพระนิรันตราย” ทั้งสองแบบ ดังกล่าวข้างต้นอย่างละ 50,000 องค์ เท่ากัน  ยกเว้น “พระบรมรูปรัชกาลที่ 4” ประทับยืนแบบเดียวกับองค์ใหญ่ที่ประดิษฐานอยู่ใน ปราสาทพระจอมเกล้า (ปราสาททรงพระปรางค์) สร้างจำนวน 108 องค์ และ “ล็อกเกต” จำนวนหลักร้อยเช่นกันซึ่งหลังการสร้างวัตถุมงคลเสร็จแล้วได้จัดทำ

พิธีพุทธาภิเษกและมังคลาภิเษก ภายใน พระวิหารหลวงวัดราชประดิษฐ์ฯ ระหว่างวันที่ 16-26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2515 รวม 9 วัน 9 คืน ซึ่งตรงกับช่วงวันสถาปนาวัดพอดีโดยนิมนต์พระคณา จารย์ผู้ทรงวิทยาคุณในขณะนั้น ทั่วพระราชอาณาจักร เข้าร่วมพิธีพุทธาภิเษก คืนละ 12 รูป รวมทั้งหมด 108 รูป เท่ากับอายุของวัดราชประดิษฐ์ฯ ทุกประการโดยพระคณาจารย์ที่ทรงวิทยาคุณได้แก่ “หลวงปู่แหวนวัดดอยแม่ปั๋ง,

หลวงปู่โต๊ะวัดประดู่ฉิมพลี,

หลวงปู่ทิม วัดละหารไร่, (ปกติแล้วหลวงปู่ทิมจะไม่ออกจากวัดละหารไร่ไปร่วมพิธีปลุกเสกวัตถุมงคลที่อื่น ๆ โดยเด็ดขาด จึงนับว่าพิธีในครั้งนี้เป็นกรณีที่พิเศษจริง ๆ โดยมีภาพถ่ายยืนยัน)

หลวงปู่คร่ำวัดวังหว้า,

หลวงปู่ดู่วัดสะแก,

หลวงปู่เทียมวัดกษัตราธิราช,

หลวงพ่อโชติ (ระลึกชาติ),

หลวงปู่ขาววัดถ้ำกองเพล,

หลวงปู่เทศก์วัดหินหมากเป้ง,

หลวงปู่จันทร์วัดเลยหลง,

หลวงพ่อเงิน วัดดอนยายหอม,

หลวงพ่อมุ่ยวัดดอนไร่,

หลวงพ่อถิรวัดป่าเลไลยก์,

หลวงพ่อกี๋วัดหูช้าง,

หลวงพ่อแพวัดพิกุลทอง,

หลวงพ่อหลิววัดไร่แตงทอง,

หลวงตามหาบัววัดป่าบ้านตาด” ฯลฯ เป็นต้น.

ที่มาจากหนังสือพิมพ์ : เดลินิวส์ 

http://www.krusiam.com/community/forum/view.asp?ForumName=%A2%E8%D2%C7%C7%A7%A1%D2%C3%BE%C3%D0&PostID=ForumID0012846


 

ราคา : 1,200,000.00 บาท
จำนวน : Pcs.